ไม่พบสินค้าตรงกับที่คุณเลือก


.

ส่วนประกอบและข้อดี ข้อเสียของล้อกระทะแต่ละชนิด

ปัจจุบันกับการใช้รถยนต์ ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักล้อกระทะ ว่ามีหน้าตาเป็นยังไง ทำไมถึงเรียกกะทะล้อมีประโยชน์ยังไง วันนี้จะมาพามาทำความรู้จักกับล้อกระทะ

ล้อกระทะ (Rims)

กะทะล้อเป็นส่วนสำคัญที่ยึดยางรถยนต์กับดุมล้อ กะทะล้อประกอบด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ ขอบกะทะล้อ และจานกะทะล้อ โดยขอบกะทะล้อ เป็นส่วนที่ยึดยางรถยนต์กับจานกะทะล้อและยังทำหน้าที่ในการรักษารูปทรงของยางรถยนต์ ส่วนจานกะทะล้อทำหน้าที่ในการยึดของกะทะล้อให้ติดกับดุมล้อ จานล้อกระทะจะมีรูสำหรับยึดน็อตกับดุมล้อเพื่อความสะดวกในการถอด-ใส่ล้อรถยนต์กับดุมล้อของรถยนต์

ล้อกระทะ แบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ

1. แบบกะทะล้อเหล็กกล้าอัดขึ้นรูป 2. แบบกะทะล้อซี่ลวด 3. กะทะล้อโลหะผสม หรือล้อแม็ก

ล้อกระทะแบบเหล็กกล้าอัดขึ้นรูป

ซึ่งเป็นกะทะล้อที่นิยมเลือกใช้กันเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความแข็งแรงและสามารถต้านทานต่อการเกิดอุบัติเหตุที่มีแรงกระทำต่อล้อได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกะทะล้อแบบนี้สามารถผลิตได้ง่ายคราวละมากๆ โครงสร้างของล้อกระทะชนิดนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ขอบล้อกระทะ และจานกะทะล้อ โดยขอบกะทะล้อ จะมีลักษณะต่ำตรงกลาง หรือเว้าตรงกลาง วัตถุประสงค์เพื่อให้ง่ายต่อการถอด-ใส่ยางรถยนต์ และด้านข้างของขอบล้อกระทะจะมีลักษณะเป็นสันนูนยกขึ้น เพื่อป้องกันการเลื่อนไถล หรือป้องกันการหลุดของยาง เมื่อยางมีลมอ่อน และเป็นการช่วยป้องกันการรั่วซึมของลม ส่วนจานกะทะล้อหรือสไปเดอร์ ตรงกลางของจานล้อกระทะจะมีรู เพื่อใส่กับดุมล้อ รอบๆ รูใส่ดุมล้อจะมีรูไว้สำหรับร้อยน็อตยึดระหว่างกะทะล้อกับดุมล้อ โดยทั่วไปรูเจาะร้อยน็อตจะมีตั้งแต่ 4-6 รูแล้วแต่ชนิดของดุม ขอบล้อกระทะ และจานล้อจะใช้หมุดหรือวิธีการเชื่อมติด เพื่อยึดทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกัน กะทะล้อที่ดี จะต้องไม่เบี้ยวหรือเแกว่งเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับตัวล้อขณะที่รถแล่น

ล้อกระทะซี่ลวด (Wire Spokes Wheel)

กะทะล้อแบบนี้นิยมใช้กับรถแข่ง รถสปอร์ต หรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกะทะล้อที่มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงสูงมาก สามารถถอดเปลี่ยนล้อได้อย่างรวดเร็ว มีเกลียวล็อกล้ออยู่ตรงกลางอันเดียว รูปแบบของล้อแบบซี่ กะทะล้อแบบซี่ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของขอบล้อ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับขอบกะทะล้อของกะทะล้อแบบเหล็กกล้าอัดขึ้นรูป ส่วนที่สอง คือ ซี่ลวด ซึ่งใช้แทนจานกะทะล้อในล้อแบบเหล็กกล้า ซี่ลวดทำด้วยเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงใช้วิธีการยึดแบบไขว้ไปมา โดยทั่วไปซี่ลวดจะรับแรงดึงได้มากกว่าแรงกด ความแข็งแรงของกะทะล้อแบบซี่ลวด ขึ้นอยู่กับขอบกะทะล้อ และการร้อยซี่ลวดระหว่างปลอกสวมดุมล้อ และขอบกะทะล้อ กะทะล้อโลหะเบาผสม (Cast Light alloy Wheel) หรือล้อแม็ก (Mag)

ล้อกระทะแบบนี้ผลิตโดยการหล่อ

โดยใช้โลหะเบาผสมกัน คืออะลูมิเนียม กับแม็กนีเซียม ซึ่งทำให้กะทะล้อแบบนี้ มีน้ำหนักเบา และแข็งแรงกว่ากะทะล้อแบบเหล็กกล้า ปัจจุบันมีความนิยมใช้ล้อแม็กกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากขึ้น ด้วยที่ว่ามีความสวยงาม ถือเป็นเครื่องประดับรถอีกอย่างหนึ่งที่คนนิยมกันเยอะ

เนื่องจากล้อกระทะแบบนี้มีข้อดีกว่าล้อกระทะแบบอื่นๆ ดังนี้

1. มีน้ำหนักเบา เมื่อเทียบกับล้อกระทะแบบเหล็กกล้า เนื่องจากการหล่อผสมรวมของ อะลูมิเนียม กับแม็กนีเซียม 2. มีความแข็งแรง จากที่กล่าวมาแล้ว โลหะผสมที่หล่อรวมกันทำให้ล้อมีน้ำหนักเบา ส่งผลให้ล้อแบบนี้มีหน้าตัดที่หนากว่าล้อกระทะแบบเหล็กกล้า จึงทำให้ล้อกระทะแบบแม็กแข็งแรงกว่าล้อแบบเหล็กกล้าอัดขึ้นรูป 3. ล้อแม็กสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน อันเนื่องจากล้อแม็กมีพื้นที่ของล้อมาก และหน้ากงล้อกว้าง ทำให้สามารถใส่ยางหน้ากว้างได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับถนนมากขึ้น ส่งผลทำให้รถช่วยเกาะถนนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่รถเข้าโค้ง 4. การระบายความร้อนของล้อได้ดี เมื่อรถมีการเบรก หรือการเลี้ยวโค้งทำให้เกิดความร้อนที่ล้อรถยนต์ โลหะผสมของล้อแม็กมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากเป็นตัวนำที่ดี ทำให้ช่วยลดความร้อนได้อย่างรวดเร็วกว่ากะทะล้อแบบเหล็กกล้า

ข้อเสียของการใช้ล้อแม็ก

1. ล้อแม็กมักจะทำปฏิกิริยากับละอองของเกลือ 2. กะทะล้อแม็ก มักเกิดการสึกกร่อนเกี่ยวกับการแยกตัวทางไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากการสัมผัสของเหล็กกล้ากับโลหะเบา แนวทางการแก้ไขโดยการป้องกันการสัมผัสของวัตถุทั้งสองชิ้น โดยการใช้จาระบีทาที่สตัสที่ร้อยยึดกะทะล้อกับดุมล้อ ส่วนในการถ่วงล้อควรใช้กาวติดตัวถ่วงเพื่อป้องกันการสัมผัสกัน 3. กะทะล้อแม็ก ถึงแม้จะมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง แต่เปราะ ดังนั้นเมื่อเกิดการกระแทกหรือการประทะอย่างแรงทำให้เกิดการชำรุดเสียหายได้ง่าย