5 เคล็ดลับ เกี่ยวกับล้อกระทะ

5 เคล็ดลับ เกี่ยวกับล้อกระทะ

ส่วนประกอบสำคัญสำหรับรถยนต์ที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันล้อและยางเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของรถยนต์ ซึ่งมีราคาสูงการจะทำอะไรกับอุปกรณ์เหล่านี้ จึงต้องมีความรู้ถึงรายจ่ายปัญหาหรือข้อดีข้อเสียที่จะตามมา เช่น ความแข็งแรง ราคา การดูแลรักษาความประหยัดน้ำมัน ฯลฯ

ล้อกระทะและยางมาตรฐานทั่วไป

               รถยนต์ราคาประหยัดหรือรุ่นต่ำๆ หรือรถปิ๊กอัพจะเน้นใช้กระทะเหล็กเป็นหลัก ซึ่งมีข้อดีในเรื่องความแข็งแรง และมักจะเป็นกระทะล้อขนาดเล็ก ยางก็จะมีราคาถูกเช่นกัน การใช้ล้อกระทะจึงประหยัดเงินที่จะต้องจ่ายไปกับยางรถยนต์ อย่างล้อกระทะขอบ 13 นิ้วกับยางขนาดที่รองรับ ทั้ง 4 เส้น บางยี่ห้อไม่ถึง 5000 บาทก็มี แต่เมื่อเปลี่ยนไปใช้ล้อแม็กขนาด 15 นิ้วจะต้องใช้กับยางขอบ 15 เช่นกัน ซึ่งอาจจะมีราคาเกือบ 10,000 บาท เลยทีเดียว แพงกว่ากันเท่าตัว

               ล้อกระทะเหล็กอาจจะมีข้อดีในเรื่องความทนทาน แข็งแรง ราคาที่ถูกกว่า และยางที่รองรับก็มีราคาถูกกว่า แต่ก็มีน้ำหนักมาก ทำให้เปลืองน้ำมันมากกว่าล้อแม็กโดยเฉพาะล้อแบบอลูมิเนียมซึ่งเบากว่าและสวยงามกว่า หากต้องการประหยัดเงินในเรื่องนี้ การใช้ล้อกระทะและยางขนาดมาตรฐานย่อมดีกว่าแน่นอน แต่หากต้องการความประหยัดน้ำมันด้วยแล้ว ก็ต้องใช้ล้อแม็กขนาดเล็ก ประหยัดทั้งเงินและประหยัดน้ำมัน

               การเลือกขนาดของล้อแม็กควรเลืกขนาดที่เท่ากับล้อกระทะจะเป็นเรื่องดี หากเกิดเหตุไม่คาดคิด ขับรถชนฟุตบาท ตกหลุม หรือเกิดการชนในรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้ล้อแม็กได้รับความเสียหาย ก็ยังกลับไปใช้ล้อกระทะได้เหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนยาง

ฝาครอบล้อกระทะเหล็ก

               ล้อกระทะเหล็กจะไม่สวยงามนัก ก็ยังมีทางเลือกด้วยการใช้ฝาครอบล้อ ซึ่งมีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกเปลี่ยนได้ทุกวัน ราคาไม่แพง ดูแลง่าย เปลี่ยนสีเองได้ ใช้การพ่นได้ตามใจชอบ

ล้อแม็กและยาง

               รถแต่ละคันที่ผลิตออกมานั้นจะมีการคำนวณขนาดของล้อและยางที่เหมาะสมมาแล้ว เช่น อาจจะใช้ล้อกระทะขนาด 13 นิ้ว, 14 นิ้ว, 15 นิ้ว แต่หากต้องการความสวยงาม การเปลี่ยนไปใช้ล้อแม็กจะมีลายให้เลือกหลายแบบ สามารถตกแต่งรถให้สวยงามได้ไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ก็คือ การเปลี่ยนขนาดของล้อและยางทีใหญ่เกินไป จะส่งผลเสียกับรถ เช่น การกินน้ำมัน ค่าใช้จ่าย การดูแล ราคา เป็นต้น

               เรื่องของล้อกระทะ ล้อแม็ก และยาง แม้จะมีผู้แชร์ความรู้และประสบการณ์ในการใช้งานมากมาย แต่หลายคนก็พร้อมที่จะจ่ายแพง เพื่อแลกกับความสวยงามของรถ จนกว่าจะพบว่า ความสวยงามนั้นได้สร้างปัญหาการเงินและปัญหาในการดูแลที่ตามมา จึงจะเริ่มหยุดคิดและหยุดทำ จากนั้นก็จะเน้นใช้รถมาตรฐานหรือใช้งานแบบแสตนดาร์ด เพราะไม่จุกจิก ประหยัดเงิน ขับสบายไม่กระด้าง นิ่มนวลกว่า

               แม็กและยางติดรถป้ายแดงจะมีความทนทานมากกว่าแม็กทั่วไป ดังนั้นก่อนจะเปลี่ยนแม็กติดล้อมากับรถ จึงต้องคิดให้ดี แม็กถูกออกแบบมากับรถโดยเฉพาะจึงใช้งานได้ดีกว่า สีไม่ลอกง่ายๆ แต่ต้องระวังฉี่สุนัข หากต้องการเปลี่ยนจากกระทะล้อเป็นแม็กควรเลือกแม็กมาตรฐานเป็นลำดับแรก ทนทานกว่ามาก

               การที่จะใช้งานเกี่ยวกับล้อนั้นต้องทำการเช็คก่อนว่ารถของเราเหมาะกับล้อแบบไหน แล้วสามารถออกตัวได้ปกติหรือเปล่าสามารถใช้งานได้อย่างง่ายและทนทานหรือไม่เพื่อประสิทธิภาพของรถและประโยชน์ในการใข้งานอีกด้วย

ยี่ห้อ รุ่น ยางสำหรับรถกระบะที่น่าสนใจ

               ปัจจุบันนิยมใช้รถกระบะ เพื่อสะดวกง่ายต่อการใช้งาน โดยที่เราจะต้องคำนึงถึงยางรถกระบะจะมีความแตกต่างกับยางรถเก๋ง เพราะต้องเผื่อใช้งานบรรทุกของหนักด้วยจึงต้องเลือกซีรีย์ยางที่สูงๆไว้ก่อน ยกเว้นคุณซื้อรถกระบะมาแต่งเพื่อความสวยงามก็แล้วแต่ชอบเลยเลือกลายดอกยาง สวยๆแก้มยางต่ำๆก็โอเคอันนี้คงไม่ต้องสอนจระเข้ว่ายน้ำแล้วเหล่าขาซิ่งเค้า เลือกกันได้ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ช่ำชองเรื่องรถ ลองอ่านบทความนี้เอาไว้เป็นข้อมูลตัดสินใจซื้อยางจะได้คุ้มค่ากับเงินที่ ต้องเสียไป

มาทำความรู้จักกับแบรนด์ต่างๆของยางกันเถอะ

     1.ยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Duravis R611 เหมาะกับใช้งานชีวิตประจำวัน จุดเด่นยางรุ่นนี้ตอบสนองความนุ่มสบาย เป็นยางเอนกประสงค์ที่ไม่ได้บรรทุกของหนักมาก หากจะใช้บรรทุกของหนักเชิงพาณิชย์ให้ไปใช้ยาง รุ่น LEO 677 หรือ รุ่น LEO 627 เพราะออกแบบโครงสร้างยางให้มีคุณสมบัติทนทานทุกสภาพการใช้งานหนักทุกรูปแบบ เป็นรุ่นพิมพ์นิยมของค่ายนี้เค้าแหละราคาคบหาได้

     2. ยี่ห้อ MICHELIN รุ่น XCD2 เหมาะกับใช้เชิงพาณิชย์ จุดเด่นยางชนิดนี้เหมาะสำหรับรถกระบะบรรทุกและตู้ เป็นรุ่นยอดนิยม มีสมรรถนะยางที่ดีจึงควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ มีความกระด้างมีบ้างตามคุณลักษณะของยางรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ ถ้าอยากได้ความนุ่มนวลเพิ่มขึ้นต้องใช้ รุ่น AGILIS ที่เจ้าของแบรนด์เคลมว่านุ่มเงียบประหยัดน้ำมัน เพราะออกแบบลดแรงต้านทานลง 8% และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นด้วยราคาประมาณ 3 พันต้นๆ

     3. ยี่ห้อ Goodyear รุ่น Cargo Marathon2 เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ จุดเด่นยางค่ายนี้เน้นการบรรทุกของหนัก ลายดอกยางช่วยกระจายแรงกด ทำให้ยางมีความทนทานวิ่งได้ยาวนาน มีล่องดอกยางเป็นแบบปิดช่วยลดเสียงรบกวนได้ดี เป็นยางที่น่าใช้งานอีกรุ่นหนึ่ง

     4. ยี่ห้อ Deestone รุ่น KACHA R101 เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ ยางดีราคาถูกมาก คุณภาพทำได้เกินราคา เป็นยางของประเทศไทยส่งเข้าประกวด กระแสมาแรงแซงทุกยี่ห้อเพราะมีจุดเด่นที่ราคา ส่วนคุณภาพจะให้นุ่มเงียบเหมือนยางราคาแพงก็คงไม่ถึงขนาดนั้น

     ทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการตัดสินใจของผู้ที่ต้องการหาข้อมูลเพื่อการเปรียบเทียบรุ่นและยี่ห้อทั้งนี้ต้องดูการใช้งานของคุณเป็นหลักและความชอบแต่ละคนก็แตกต่างกันหากมีเวลาลองศึกษาหาข้อมูลสักนิดก่อนคิดจะซื้อยางเพื่อให้ตอบสนองกับการใช้งานที่ต้องการ

การเลือกใช้ล้อรถให้เหมาะกับการใช้งาน

          การแต่งรถนั้นถือเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งยังมีกลุ่มที่นิยมตกแต่งรถให้ดูสวยงาม โดยเฉพาะรถล้อที่ทุกคนจะให้ความสำคัญ เพื่อการใช้งานและความสวยงามต่างๆ ทั้งนี้เรามาทำความเข้าใจกับล้อในแบบต่างๆ เพื่อจะทำให้ตัดสินใจได้ง่าย

ล้อเหล็ก(ล้อกระทะ)

ข้อดี

-เนื่องจากผลิตจากเหล็ก จึงมีความทนทานเป็นเยี่ยม ยืดหยุนได้มากกว่าเฉี่ยวชนมีแต่คต รับรองไม่มีแตก แถมยังทนต่อการกัดกร่อนสูง ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะ น้องหมา น้องแมว ทนได้หมด มิหนำซ้ำยังมีราคาแสนถูกเนื่องจากวัสดุหาง่าย การผลิตไม่ซับซ้อน ซ้ำยังไม่ค่อยสูญหายเนื่องจากไม่เป็นที่สะดุดตาของขโมยขโจร

ข้อเสีย

-ไม่มีความสวยงาม มีน้ำหนักมาก ส่งผลให้แรงต้านในการหมุนมากกว่า สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่า ด้วยเหตุผลนี้จึงมักผลิตออกมาเฉพาะหน้าแคบ ใส่ยางได้ขนาดไม่ใหญ่นัก เพื่อให้ระบบช่วงล่างไม่ตอบสนองช้าจนเกินไป

“ล้อแม็กแท้” ผลิตมาจาก “แม็กนีเซียมอัลลอย”

ข้อดี

– น้ำหนักเบามาก จึงสามารถผลิตหน้ากว้างมาก ๆ แรงต้านการหมุนน้อยและน้ำหนักใต้สปริงต่ำ ส่งผลให้ระบบช่วงล่างตอบสนองได้ดีมากในทุกช่วงความเร็ว

ข้อเสีย

-ราคาสูง และด้วยคุณลักษณะของแม็กนีเซียม ที่น้ำหนักเบาแต่สึกกร่อน เสียหายง่าย จึงมักผลิตมาใช้ในสนามแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเป็นหลัก

“ล้ออลูมินั่ม อัลลอย” ล้อชนิดนี้แหละที่เราใช้กันอยู่และเรียกกันติดปากว่า “ล้อแม็ก” ซึ่งผลิตมาจาก “อลูมินั่ม อัลลอย” ที่นำมาใช้แทนแม็กนีเซียม

ข้อดี

– มีคุณสมบัติ ทนทาน น้ำหนักเบา แม้จะเบาสู้ “แม็กนีเซียม” ไม่ได้แต่มีความทนทานที่มากกว่าเข้ามาทดแทน ลวดลายสวยงาม และด้วยน้ำหนักที่เบาส่งผลให้ช่วยประหยัดน้ำมันได้นิดหน่อย แถมผลิตหน้ากว้างให้สามารถใส่ยางหน้ากว้างเพื่อเพิ่มความยึดเกาะถนนและระบายความร้อนได้ดีขึ่น ส่งผลให้ระบบช่วงล่างตอบสนองได้ดีในทุกช่วงความเร็ว และไม่เป็นสนิม

ข้อเสีย

-ราคาแพงกว่า “ล้อกระทะ” ไม่ทนต่อการกัดกร่อนมากนัก เมื่อน้องหมา น้องแมว ปัสสาวะใส่ ต้องรีบล้างทำความสะอาด เสี่ยงต่อการสูญหายหากจอดรถนอกบ้าน

               ทุกอย่างล้วนเป็นข้อมูลเพื่อการเปรียบเทียบล้อต่างๆ ซึ่งแต่ละแบบจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป สามารถเลือกใช้งานได้อย่างถูกวิธีอีกด้วย ถือเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะทำให้ตัดสินใจการซื้อล้อได้เป็นอย่างดี